วันอาทิตย์ที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

หนูจิงโจ้


http://1.bp.blogspot.com/-17jqSfx7WrA/TiWxKkT3ReI/AAAAAAAAOqU/dtmUxSWmt_w/s400/Dipodomys.jpg

รายละเอียด

ก่อนอื่นต้องบอกก่อนว่า หนูจิงโจ้ นั้นเป็นหนู ไม่มึความสัมพันธ์อะไรกับ จิงโจ้แม้แต่น้อย นอกจากท่าทางในการเดินที่ใช้การกระโดดด้วยขาหลัง และรูปลักษณ์ที่มีขาหลังขนาดใหญ่ 
ที่เหมือนจิงโจ้ อันเป็นที่มาของชื่อพวกมัน
หนูจิงโจ้ เป็นหนูขนาดเล็กเมื่อโตเต็มวัยจะมีน้ำหนัก 70-170 กรัม เป็นสัตว์ประจำถิ่นของอเมริกาเหนือ
 
หนูจิงโจ้ ไม่จำเป็นต้องดื่มน้ำ เนื่องจากระบบย่อยอาหารที่มีประสิทธิภาพที่สามารถ สกัดน้ำจากเมล็ดพืชแห้งได้
ยิ่งหนูจิงโจ้ ยังมีระบบป้องกันการสูญเสียน้ำที่ดีเยี่ยม คือ พวกมันไม่มีเหงือ ไม่สูญเสียน้ำกับการหายใจ(สำหรับมนุษย์ สูญเสียน้ำไปกับการหายใจมากที่สุด) และระบบไตของหนูจิงโจ้มีความสามารถสกัดน้ำออกจาก ปัสสาวะ แล้วนำน้ำที่ได้วนกับไปใช้ใหม่
หนูจิงโจ้ ออกลูกปีละครั้ง ครั้งหนึ่งไม่เกิน 3 ตัว เป็นสัตว์นำเข้าจากทะเลทรายแถบอียิปต์ ถ้าเดินจะเคลื่อนไหวได้ช้า แต่ถ้ากระโดดจะเคลื่อนไหวได้เร็ว นอนในเวลากลางวัน ออกหากินในเวลากลางคืน กินเมล็ดพืชและผักเป็นอาหาร จะขุดรูนอนอยู่ในชั้นทราย เนื่องจากเป็นสัตว์ในถิ่นทะเลทราย หนูจิงโจ้จึงต้องปรับตัวให้เข้ากับสภาพความแปรปรวนของภูมิอากาศในทะเลทราย ที่ร้อนจัดในเวลากลางวัน และหนาวเย็นในเวลากลางคืน
    อาหาร สำหรับหนูจิงโจ้ อยู่ในกลุ่มเมล็ดพืช มีบ้างที่กินแมลง แต่ส่วนใหญ่จะกินเมล็ดพืชเป็นหลัก ส่วนน้ำ จะกินผักแทนน้ำ เพราะธรรมชาติในถิ่นกำเนิดของหนูจิงโจ้ไม่มีแหล่งน้ำ มีเพียงน้ำค้างที่ติดตามยอดหญ้า ดังนั้น ผู้เลี้ยงควรให้กินน้ำจากผัก อาจมีบางตัวที่เจ้าของฝึกให้กินน้ำจากกระบอกน้ำเหมือนหนูได้ แต่ไม่ควรให้น้ำเป็นถ้วย เพราะหนูจิงโจ้จะไม่รู้จัก อาจกระโดดเล่น ทำให้ป่วยได้
    การอาบน้ำ ไม่จำเป็นสำหรับหนูจิงโจ้ เพราะเป็นสัตว์ในแถบทะเลทราย ซึ่งโดยปกติหนูจิงโจ้จะทำความสะอาดตัวเองอยู่แล้วโดยการคลุกตัวกับทราย หากนำไปเลี้ยงควรใส่ทรายในถ้วยขนาดใหญ่ไว้ให้ เพื่อให้หนูจิงโจ้ลงไปกลิ้งทำความสะอาดตัวเอง

อ้างอิง

http://www.reurnthai.com/index.php?

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น